คำถามที่พบบ่อยในการถ่ายภาพ
Q: เลนส์ต่อช่วงจากเลนส์คิท ผมซื้อกล้อง canon eos 550D ติดเลนส์คิท 18-55 มม. แล้วอยากจะเลือกซื้อเลนส์ต่อช่วงจากระยะนี้ ผมควรซื้อเลนส์อะไรดีครับ ที่มองไว้คือ เลนส์ 75-300 มม. และเลนส์ 55-250 มม. ซึ่งมีระบบกันสั่นแต่เลนส์ 75-300 มม. ได้เปรียบที่ระยะไกลกว่า ช่วยแนะนำด้วยครับ
A: การถ่ายภาพ ถ้าไม่ติดที่ระยะของ 75-300 มม. ซูมไกลกว่าเล็กน้อย เลือก 55-250 มม. ดีกว่าครับ เพราะระยะซูมไกลสุดไม่ได้แตกต่างกันมากนัก แต่ 55-250 มม. มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว ซึ่งผมมองว่ามีความจำเป็นต่อการใช้งานมากกว่า เพราะการซูมที่ระยะเทเลมากๆ โอกาสที่กล้องจะมีการสั่นไหวก็มากขึ้นด้วย ยกตัวอย่างหลักการคำนวณความเร็วชัตเตอร์ที่ต้องใช้ให้สัมพันธ์กับทางยาวโฟกัสของเลนส์คือ ความเร็วชัตเตอร์ = 1/ทางยาวโฟกัสของเลนส์ที่ใช้ ตัวอย่างเช่น เมือใช้เลนส์ 75-300 มม. สมมุติว่าต้องถือกล้องถ่ายภาพด้วยมือซูมเลนส์ที่ระยะ 200 มม. ความเร็วชัตเตอร์ที่ต้องใช้เพื่อถ่ายภาพให้คมชัดคือ 1/200 วินาที แต่ถ้าเป็นเลนส์ 55-250 is ที่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว ที่ช่วยให้ใช้ชัตเตอร์ได้ต่ำกว่าปกติประมาณ 2.5-4 สตอป เมื่อซูมเลนส์ที่ระยะ 200 มม. เท่ากัน สามารถถ่ายได้ที่ความเร็วชัตเตอร์ต่ำสุดถึง 1/13 วินาที หรือ 4 สต๊อป เป็นต้น ถ้าให้เลือกระหว่าง 2 ตัวนี้ 55-250 มม. คุ้มค่ามากกว่าครับ
Q: ไดนามิกเร้นจ์ ไดนามิกเร้นจ์เคยได้ยินบ่อย ๆ ว่าถ้ากล้องมีค่าไดนามิกเร้นจ์กว้าง ๆ จะบันทึกภาพได้สวยและเนธรรมชาติมากกว่า อยากทราบว่าไดนามิกเรนจ์ คือค่าอะไรครับ และใช้งานอย่างไร
A: ถ่ายภาพให้คมชัดคือ ไดนามิกเร้นจ์เป็นค่าความยืดหยุ่นในการรับแสงของกล้องถ่ายภาพ โดยกล้องที่มีไดนามิกเรนจ์กว้าง จะสามารถบันทึกรายละเยดของภาพตั้งแต่โทนสว่างไปจนถึงโทนมือได้ครบถ้วน และมีการไล่โทนภาพที่เป็นธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น เมื่อถ่ายภาพดอกไม้สีแดง ที่มีกลีบดอกไล่โทนไปตั้งแต่สีแดงสด สีแดงอ่อน สีชมพู สีชมพูอ่อน จนกลายเป็นสีขาว ถ้าเป็นกล้องที่มีไดนามิกเรนจ์กว้างจะสามารถถ่ายภาพดอกไม้สีแดงได้เหมือนจริงคือมีการไล่โทนตามธรรมชาติ แต่ถ้าเป็นกล้องที่มีค่าไดนามิกเรนจ์แคบ จะบันทึกภาพดอกไม้สีแดงเป็นปื้น ๆ สีชมพูปื้น ๆ และสีขาวเลย ความต่อเนื่องของโทนภาพระหว่างสีแดง สีชมพูและสีขาวจะไม่มี หรือถ้าเป็นภาพที่คอนทราสต์จัด รายละเอียดในส่วนมือและส่วนสว่างของกล้องที่มีไดนามิกเรนจ์กว้างจะดีกว่า คือคงรายละเอียดได้ครบ ส่วนกล้องที่มีไดนามิกเรนจ์แคบส่วนมืดจะกลายเป็นสีดำหรือส่วนสว่างก็จะกลายเป็นขาวไปเลย คงจะพอมองภาพออกนะครับ
ขอขอบคุณ บทความจากนิตยสาร shotter photography
-------------------------------------------------------------------------------------------------
Q: ถ่ายภาพคอนเสิร์ต อยากจะถ่ายภาพคอนเสิร์ตครับ แต่ไม่ทราบว่าจะใช้เลนส์ขนาดไหนดี ไม่อยากจะขนไปทั้งหมด เพราะว่าหนักด้วย และกลัวจะเป็นภาระ
A: ถ่ายภาพคอนเสิร์ต ส่วนใหญ่แล้วการถ่ายภาพคอนเสิร์ต ศิลปินจะมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา และแสงสีที่ใช้ในการประกอบการแสดงนั้น ถ้าหากมองด้วยตาเปล่าจะเห็นว่าสวยงามมาก แต่ในการถ่ายภาพเป็นการจับจังหวะเพียงช่วงใดช่วงหนึ่งเท่านั้น ซึ่งถ้าหากเป็นช่วงที่แสงไม่สวยงามก็ทำให้ภาพนั้นขาดความน่าสนใจไปด้วย การถ่ายภาพคอนเสิร์ตควรต้องมีเลนส์ที่รูรับแสงกว้างๆ และตั้งความไวแสงให้สูงเพื่อจะได้ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงพอที่จะจับจังหวะการเคลื่อนไหวของศิลปินได้ ส่วนเลนส์ก็สามารถใช้ได้ตั้งแต่เลนส์มุมกว้าง เพื่อเก็บบรรยากาศรวมของงาน ไปจนถึงเลนส์เทเลโฟโต้เพื่อจับแอ๊คชั่นของศิลปิน บางครั้งอาจจะต้องรอจังหวะที่มีการเคลื่อนไหวน้อยที่สุดเพื่อที่จะได้ภาพที่คมชัด ถ้าหากจะเน้นเฉพาะตัวศิลปินโดยเฉพาะ ก็เตรียมไปเฉพาะเลนส์เทเลอย่างเดียวก็ได้ครับ
Q: ถ่ายภาพอัญมณี สวัสดีครับขอคำแนะนำในการถ่ายภาพอัญมณี หรือวัตถุที่มีความมันวาวหน่อยครับ เคยใช้กล้องคอมแพคถ่ายแล้วออกมาไม่ค่อยสวยเท่าไหร่
A: วัตถุที่มันวาวจะมีการสะท้อนแสงมาก และถ้าหากเป็นวัตถุที่มีรูปทรงโค้งด้วยก็จะสะท้อนแสงจากรอบทิศทีเดียวส่วนอัญมณีก็เช่นกัน เหลี่ยมต่างๆก็ทำให้สะท้อนแสงจากรอบด้านเหมือนกัน วิธีที่ผมใช้บ่อยๆคือใช้ไวท์เต็นท์ครอบ โดยไวท์เต็นท์จะถูกออกแบบมาสำหรับการถ่ายภาพอยู่แล้ว ทำด้วยผ้าสีขาวทั้งหมดด้านหนึ่งออกแบบให้เป็นซิปสำหรับเปิดเพื่อยื่นกล้องเข้าไปถ่ายภาพ และใช้งานกับโฟโต้สตูดิโอได้เป้นอย่างดี วิธีนี้สิ่งที่สะท้อนเข้าไปที่อัญมณีหรือวัตถุมันวาวก็จะไม่มีสีอะไรมารบกวน จึงทำให้ได้สีจริงๆของอัญมณีนั้นๆส่วนกล้องที่เป็นแบบ SLR จะควบคุมความชัดลึกได้ดีกว่าครับ
Q: ถ่ายภาพในสวนสัตว์ ถ้าต้องการถ่ายภาพในสวนสัตว์ แต่มีปัญหาเรื่องกรงที่ขวางกั้นอยู่มีวิธีการถ่ายภาพอย่างไรบ้างคะ
A: อย่างแรกเลยคือต้องใช้เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้าง เพื่อไห้กรงหรือตาข่ายพ้นระยะโฟกัสต่อมาคือควรใช้เลนส์เทเลโฟโต้ซึ่งคุณสมบัติของเลนส์ประเภทนี้ จะมีระยะชัดลึกน้อยจึงช่วยไห้ฉากหน้าและฉากหลังเบลอง่ายและเวลาถ่ายภาพก็ควรจะไห้หน้าเลนส์ชิดกับกรงมากที่สุดครับแต่บางครั้งก็อาจจะยังไม่ได้อิริยาบทที่เป็นธรรมชาติเท่าไหร่นัก จะต้องรอจังหวะซักเล็กน้อยด้วยครับ
Q: ถ่ายภาพไฟกลางคืน เพิ่งหัดเล่นกล้องค่ะ สนใจอยากจะถ่ายภาพไฟกลางคืนจะต้องปรับไวท์บาลานซ์ยังไงคะ แล้วที่ไห้ไฟเป็นแฉกๆทำยังไงคะ
A: ไฟกลางคืนจะมีหลายแบบทั้งฟลูออเรสเซ็นต์และไฟทังสเตน เวลาตั้งไวท์บาลานซ์ก็ต้องไห้ถูกต้องกับสิ่งที่เราจะถ่าย ถ้าหากถ่ายไฟที่เป็นทังสเตนสีออกส้มๆ แล้วไห้ได้อย่างตาที่เห็นก็ตั้งไวท์บาลานซ์เดย์ไลท์หรือไดเร็คซันไลท์แล้ว
แต่รุ่นกล้อง ภาพที่ได้ก็จะมีสีส้มแดงอย่างที่มองเห็น หรือถ้าหากใช้ฟิล์มภาพที่ได้จะเป็นลักษณะแบบเดียวกันนี้ แต่ถ้าหากจะไห้สีตรงตามความจริง ก็ตั้งเป็นทังสเตนสีไฟก็จะออกมาเป็นสีขาวครับ ส่วนไฟแฉกๆก็ตั้งรูรับแสงแคบๆครับ
Q: Shutter B…..? ผมเพิ่งถอย 400 D ออกมายังใช้ไม่ค่อยเป็นเลยครับ อยากรู้เรื่อง shutter B ในการถ่ายภาพพลุช่วยแนะนำด้วยครับ
A: ชัตเตอร์ B เป็น ชัตเตอร์ ที่สามารถเปิด ชัตเตอร์ค้างไว้ได้นานเท่าที่ต้องการ และใช้งานร่วมกับสายลั่นชัตเตอร์โดยปรับโหมดบันทึกภาพแบบ แมนนวล หรือ M แล้วปรับหมุนไปจนต่ำสุดก็จะเป็นชัตเตอร์ B นอกจากนี้ยังต้องมีขาตั้งกล้องซึ่งมีขนาดที่เหมาะสมรับน้ำหนักของกล้องที่ใช้ได้เป็นอย่างดี เปิดรูรับแสงประมาณ f/11-f/16 ซึ่งขึ้นอยู่กับความสว่างของพลุด้วย ความสวยงามจะขึ้นอยู่กับเวลาที่ใช้ หากใช้เวลาสั้น เช่น ¼ วินาที่ก็จะได้ภาพเป็นจุด แต่ถ้าใช้เวลา 6 วินาที หรือนานกว่านั้นจะทำไห้จุดสว่างเป็นเส้นยาว ซึ่งโดยทั่วไปนิยมบันทึกภาพตั้งแต่พลุระเบิดจนพลุจาง หายไปจนหมดซึ่งกินเวลาประมาณ 6-10 วินาที
Q: การถ่ายภาพคร่อม ? ผมเพิ่งฝึกเล่นกล้องได้ไม่นาน อยากจะขอ ความรู้ว่าการถ่ายภาพคร่อม กับภาพซ้อนแตกต่างกันอย่างไร และต้องใช้ในกรณีไหนครับ
A: การถ่ายภาพคร่อมคือการถ่ายภาพเผื่อ โดยจะเผื่อ โอเวอร์ อันเดอร์ครับ ในกล้องรุ่นใหม่ๆสามารถตั้งไห้ถ่ายภาพคร่อม แบบอัตโนมัติได้ถึง 5 หรือ 7 เฟรม ได้ไนการ กด ชัตเตอ ร์ ครั้งเดียวใช้ในกรณีที่เราไม่แน่ใจเรื่องการวัดแสง หรือในสภาพแสงที่แตกต่างกันมากซึ่สามารถตั้งได้ว่าจะไห้แต่ละเฟรมต่างกันมากน้อยแค่ไหน เช่น 0.3 สตอป 0.7 สตอป หรือ 1 สตอป ได้ครับ ส่วน การถ่ายภาพซ้อนก็คือการถ่ายภาพหลายๆครั้งในเฟรมเดียวครับ ใช้สำหรับสร้างสรรค์ภาพที่แปลกตาออกไปอีกครับ
Q: ฟิลเตอร์ C- PL สงสัยเรื่อง C-PL ครับ เมื่อใช้ C-PL แล้วจะทำไห้แสงลดลงไปเยอะไหมครับ จะต้องชดเชยแสงหรือเปล่า
A: เมื่อใช้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์ หรือ C-PL เพื่อตัดแสงสะท้อนจะทำไห้สูญเสียแสงไป 2.5 สตอป ถ้าหากวัดแสงจากเครื่องวัดแสงในตัวกล้อง ก็ไม่ต้องชดเชยอะไร แต่ถ้าหากใช้เครื่องวัดแสงต่างหากต้องชดเชยครับ
Q: Bulb คืออะไร ในโหมด M เมื่อหมุนปรับความเร็ว ชัตเตอร์ต่ำกว่า 30 วินาที (30”) แล้วมีตัวอักษร bulb ขึ้นมา หมายถึงอะไรและใช้งานอย่างไรครับ
A: ตัวอักษร bulb ที่ว่านั้น เป็นการตั้งความเร็วชัตเตอร์ B คือเป็นการเปิดชัตเตอร์ค้างไว้เพื่อให้รับแสงไว้นานๆ สำหรับการถ่ายภาพบางกรณี เช่น การถ่ายภาพตอนกลางคืน ถ่ายภาพดวงดาว เป็นต้น ซึ่งต้องเปิดนานเท่าไหร่ จะต้องคำนวณจากรูรับแสงและความไวแสงที่ใช้ด้วย ตัวอย่างเช่น ใช้ตั้งความไวแสง ที่ iso100 ถ่ายภาพวิวกลางคืน ตั้งรูรับแสงที่กว้างสุดf/2.8 วัดแสงได้ความ เร็วชัตเตอร์ 30 วินาที แต่ต้องการรูรับแสงที่ f/8 ก็นับจาก f/2.8 ไปจนถึง f/8 ต้องปรับรูรับแสงแคบลงไปอีก 3 สตอป เช่นเดียวกัน โดยตั้งความเร็วชัตเตอร์ที่ 250 วินาที หรือ 4 นาที 10 วินาที ก็ไห้ตั้งไปที่ B และต้องใช้ขาตั้งกล้องร่วมกับสายลั่นชัตเตอร์แล้ว ล็อคค้างไว้ เท่าจำนวนเวลาที่ต้องไว้จากนั้นปลด คลายล็อค ม่านชัตเตอร์ ก็จะปิด ถ้าหากใช้เป็นสายลั่นชัตเตอร์ที่สามารถตั้งเวลาได้ก็ตั้งเวลาที่สายลั่นชัตเตอร์ได้เลยครับ
Q: สงสัยเกี่ยวกับ Firmware ครับ ว่าจริงๆแล้วเราต้องอัพเดทหรือเปล่า เพราะเห็นบริษัทกล้อง ออก Firmware update มาอยู่เรื่อยๆ
A: ส่วนมากแล้ว Firmware ที่ออกมาใหม่ๆจะช่วยแก้ไขข้อพกพร่องต่างๆ ของกล้องที่ออกมาก่อนหน้านั้น หรือออกมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของกล้องรุ่นนั้นๆให้ดียิ่งขึ้นรวมทั้งช่วยทำให้ทำงานสัมพันธ์กับอุปกรณ์ใหม่ๆ มีเทคโนโลยีที่สูงกว่าได้ดียิ่งขึ้นครับ
Q: Basic Zone และ Advance Zone หนูเพิ่งศึกษาเกี่ยวกับการถ่ายภาพไม่นานนักค่ะ ยังไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับโหมดถ่ายภาพแบบต่างๆ อยากจะรบกวนให้ช่วยอธิบายการทำงานของโหมดถ่ายภาพในกลุ่ม Advance Zone ว่ามีการทำงานอย่างไรและโหมด P กับ Auto ใช้งานแตกต่าง กันอย่างไรคะ
A: โหมดถ่ายภาพในกล้อง DSLR มีการทำงานแบ่งเป็นสองกลุ่มหลักๆ คือ กลุ่ม Basic Zone หรือโหมดถ่ายภาพออโต้ โปรแกรมสำเร็จรูปที่แสดงเป็นสัญลักษณ์ แบบต่างๆ และ Scene Mode ที่มีรูปแบบของการถ่ายภาพให้เลือกใช้งานได้ตามความต้องการ ซึ่งโหมดถ่ายภาพในกลุ่มนี้ กล้องจะปรับตั้งค่าในการทำงานให้ทั้งหมด เช่นความเร็วชัตเตอร์ รูรับแสง ผู้ใช้จะไม่สามารถปรับแก้ไขค่าที่กล้องตั้งให้ได้ ยกเว้นความละเอียดภาพ และความไวแสง แต่ในกลุ่ม Advance Zone ผู้ใช้สามารถปรับตั้งค่าการทำงานของกล้องได้ทั้งหมด เช่นความไวแสง
รูปแบบภาพ หรือ พิกเจอร์ สไตล์ หรือ พิกเจอร์ คอนโทรล แล้วแต่ยี่ห้อกล้อง และปรับชดเชยแสงได้ ซึ่งเป็นข้อแตกต่างของโหมดโปรแกรม กับโหมดออโต้ปกติ อีกทั้งโหมดโปรแกรมของกล้องบางรุ่นยังสามารถปรับชิฟท์ ความเร็วชัตเตอร์กับรูรับแสงได้ด้วย ปัจจุบันกล้องรุ่นใหม่ๆ อย่างเช่น Canon 5 D MK II หรือ canon EOS 500 D พัฒนาโหมดถ่ายภาพแบบออโต้ไห้สามารถปรับเพิ่มความสว่าง ปรับควบคุมความชัดของภาพได้ ปรับรูปแบบภาพหรือพิกเจอร์สไตล์ ปรับขนาดและคุณภาพของภาพและปรับรูปแบบการถ่ายภาพได้ โดยแคนนอนเรียกดหมดนี้ว่า Creative Auto หรือ CA ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ถ่ายภาพได้ง่ายๆด้วยโหมดออโต้ แต่สามารถคุมกล้องได้ตามความต้องการของตัวเองได้ด้วยครับ
แหล่งที่มา: camera-station.com