วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม 2553 ณ ห้องประชุมสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ชั้น 5 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดห้องต้อนรับสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (มสพ.) คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) และองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ ประจำประเทศไทย เพื่อขอหารือ การทบทวน แก้ไข และเพิกถอนระเบียบอันเป็นการเลือกปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาติไม่ให้เข้าสิทธิกองทุนเงินทดแทนของสำนักงานประกันสังคม รวมถึงการดำเนินการตามอนุสัญญา 87 และ 98
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การนำแรงงานข้ามชาติเข้าสู่ระบบกองทุนเงินทดแทน ตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 ตามกฎหมาย หมายถึง คนที่เข้าประเทศไทยถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งชาวต่างชาติที่มาขอรับ Work permit สำหรับแรงงานที่ไม่ได้มารับการพิสูจน์สัญชาติ คือ แรงงาน ที่ได้รับการผ่อนผันให้เข้าประเทศ ซึ่งยังไม่สามารถเข้าสู่ระบบกองทุนเงินทดแทนของสำนักงานประกันสังคม เมื่อเกิดกรณีเจ็บป่วยหรือเกิดประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานนายจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้าง สำหรับการจะทำให้แรงงานข้ามชาติที่ไม่ได้เข้าสู่ระบบ ให้ได้รับการดูแลอยู่ในระดับที่จะตอบคำถามแก่องค์กรในระดับสากลได้ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการศึกษา สำหรับเรื่องอนุสัญญา 87 และ 98 กระทรวงการต่างประเทศกำลังพิจารณาตีความว่าจะเข้าตามมาตรา 190 ของกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากทุกอย่างไม่มีปัญหา เชื่อมั่นว่าไทย พร้อมจะลงนามในสัตยาบันนี้ ในส่วนการพิจารณาขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำซึ่งทุกปีกระทรวงแรงงานจะมีการพิจารณาอยู่แล้ว ครั้งนี้เป็นดำริของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้มีการปรับขึ้นค่าจ้างให้สอดคล้องกับสภาวะปัจจุบัน โดยสมดุลกับสภาพแวดล้อมและสภาพเศรษฐกิจ การปรับขึ้นค่าจ้างครั้งนี้จะดีกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาและจะไม่เป็นการผลักภาระให้แก่นายจ้าง ซึ่งต้องรอกระทรวงการคลังและกรมสรรพากรไปพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องภาษีก่อน แล้วจึงจะนำข้อมูล มาร่วมกันพิจารณา
ทั้งนี้ ตัวแทนสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) กล่าวว่า “แรงงานข้ามชาติในประเทศไทยยังประสบความทุกข์จากการเลือกปฏิบัติ โดยรัฐบาลไทยปฏิเสธสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของแรงงานข้ามชาติ จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานและหน่วยงานภาครัฐทั้งหมด ยกเลิกกฎหมายและนโยบายที่เลือกปฏิบัติแก่แรงงานชาติ และให้แรงงานข้ามชาติได้รับสิทธิพื้นฐานเช่นเดียวกับที่ลูกจ้างในระบบ และให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญาแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่ 87 และ 98 เกี่ยวกับสิทธิการรวมตัวเป็นสหภาพแรงงานและการเจรจาต่อรอง รวมถึงการให้ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศซาอุดิอาระเบีย เพื่อให้แรงงานไทยกลับเข้าไปทำงานในประเทศซาอุฯ อีกครั้งหนึ่ง
นายเฉลิมชัยฯ กล่าวว่า ในนโยบายการเพิ่มอัตราการจ้างงานในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งประเทศซาอุดิอาระเบียเป็น 1 ในเป้าหมายของกระทรวงแรงงาน โดยส่วนตัว นายยุพ นานา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน มีความรู้จักเป็นส่วนตัวกับท่านทูตของประเทศซาอุดิอาระเบีย ขณะนี้กำลังมีการเจรจากันอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อให้ลบภาพความรู้สึกที่ไม่ดีต่อประเทศไทยออกไป ซึ่งการดำเนินงานนี้มิใช่ประเทศซาอุดิอาระเบียเท่านั้นแต่จะมีการเพิ่มอัตราการจ้างงานในทุก ๆ ประเทศให้ได้ และขอยืนยันว่าหากยังอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจะทำให้ “ค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อคนของแรงงานไทยที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศลดลงอย่างแน่นอน”
ที่มา: http://www.mol.go.th